บาคาร่า
sagame
คาสิโนออนไลน์
prettty gaming
pussy888
pussy888
pussy888
สล็อต
Slotxo
Slotxo
Joker123
gclub
บาคาร่า
บาคาร่า
sagame
slotxo
sagame
สล็อต
ดูหนังออนไลน์
918kiss
ดูหนังชนโรง
บุหรี่ไฟฟ้า
บาคาร่า
จีคลับ
รับทำ SEO ติดต่อโฆษณา Banner ทาง Line >> คลิกที่นี่ <<

ผู้เขียน หัวข้อ: ความต่างระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 และ หอมมะลิ กข 15  (อ่าน 11 ครั้ง)

Luckyz0nl3

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4406
    • ดูรายละเอียด
ความต่างระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 และก็ หอมมะลิ กข 15

ข้าวหอมมะลิ เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีบ้านเกิดเมืองนอนในไทยมีลักษณะกลิ่นหอมยวนใจเหมือนใบเตยเป็นจำพวกข้าวที่ปลูกได้คุณภาพดีที่สุดในไทยถ้าเทียบกับการปลูกเอาไว้ภายในประเทศอื่นๆและเป็นประเภทข้าวที่ทำให้ข้าวไทยเป็นสินค้าส่งออกที่รู้จักไปทั่วโลก

เมื่อปี พุทธศักราช 2497 นายสุนทร สีหเนิน พนักงานข้าว จังหวัดฉะเชิงเทราได้สะสมประเภทข้าวหอมในเขตอำเภอบางคล้า ได้ปริมาณ 199 รวงแล้ว ดร.ครุย บุณยสิงห์ (ผู้อำนวยการกองบำรุงชนิดข้าวตอนนั้น) ได้ส่งไปปลูกคัดชนิดบริสุทธิ์แล้วก็เปรียบจำพวกที่สถานีทดสอบข้าวโคกสำโรง (ในขณะนี้เป็นสถานีข้าวจังหวัดลพบุรี) ปฏิบัติงานคัดชนิดโดยนักวิชาการเกษตรชื่อนายมังกร จูมทอง ภายใต้การดูและของนายโอภาส พลศิลป์ หัวหน้าสถานีทดลองข้าวโคกสำโรงจนกระทั่งปี พ.ศ. 2502 ได้ประเภทบริสุทธิ์ข้าวขาวดอกมะลิ 4-2-105105 (ลำดับที่ 4 หมายคืออำเภอที่เก็บมาอำเภอบางคล้า หมายเลข 2 หมายถึงชื่อพันธุ์ข้าวที่เก็บในอำเภอนั้น เป็น ชนิดหอมมะลิ รวมทั้ง หมายเลข 105 เป็น ตำแหน่งรวงข้าวของจำพวกหอมมะลิที่เก็บในที่นั้น รวงที่ 105) รวมทั้งคณะกรรมการพินิจจำพวกข้าวได้อนุมัติให้เป็นประเภทเกื้อหนุนแก่เกษตรกร ตอนวันที่ 25 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2502 โดยเกษตรกรทั่วไปเรียกว่า “ขาวดอกมะลิ 105 ถัดมาได้มีการปรับแก้ประเภทข้าว ขาวดอกมะลิ 105 จนได้ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ ข้าวอีกทั้ง 2 พันธุ์เป็นข้าวหอมมะลิไทย

ลักษณะเฉพาะของกลิ่นหอมมะลิ

ความหอมของข้าวหอมมะลิ มีต้นเหตุจากสารระเหยชื่อ 2-acetyl-1-pyroline ซึ่งเป็นสารที่ระเหยหายไปได้
การรักษาความหอมของข้าวหอมมะลิให้ดำรงอยู่นานนั้นจำเป็นจะต้องเก็บข้าวเอาไว้ในที่เย็น อุณหภูมิประมาณ 15 องศาเซลเซียส เก็บข้าวเปลือกที่มีความชื้นต่ำ 14-15% ลดความชื้นข้าวเปลือกที่อุณหภูมิไม่สูงเกินไป นักการเกษตรกรบางท่านบอกว่า การใช้ปุ๋ยโปแตสเซียมสำหรับในการปลูกมีลัษณะทิศทางช่วยให้ข้าวมีกลิ่นหอมยวนใจมากยิ่งขึ้น (ยังไม่มีข้อมูลรับรอง)

ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวไวแสง

ข้าวไวต่อตอนแสงสว่าง คือ ข้าวที่จะออกรวงเมื่อแสงแดดลดน้อยลงจากช่วงปกติ ซึ่งคนไม่ใช่น้อยบางทีอาจสงสัยแล้วเพราะเหตุใดจำเป็นต้องปลูก ในเมื่อมันควบคุมยากที่จำต้องปลูกข้าวไวแสงเพราะข้าวหลายสายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเด่นๆ
มันเป็นข้าวที่ถูกควบคุมด้วยยีน หรือพันธุกรรมที่หลงเหลือมาจากชนิดป่า หรือประเภทเริ่มแรกที่เกิดขึ้นมาจากการปรับตัวตามธรรมชาติ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ตนเองไว้ได้ ได้แก่ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 แล้วก็ข้าวกข15 ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณลักษณะ นุ่มหอม และก็เป็นที่ต้องการของตลาดแดดธรรมดาที่ส่องถึงผิวโลกของประเทศไทยเราคิดคำนวณที่ 12 ชั่วโมง ส่วนข้าวไวต่อช่วงแสงสว่างคือข้าวที่จะออกดอกเมื่อโดนแสงน้อยกว่า 12 ชั่วโมง โดยข้าวไวต่อช่วงแสงมี 2 แบบ ข้าวไวน้อยต่อตอนแสง จะออกดอกเมื่อความยาวช่วงกลางวันโดยประมาณ 11 ชั่วโมง 40-50 นาที แล้วก็ข้าวไวมากต่อช่วงแสงสว่าง จะมีดอกเมื่อความยาวตอนกลางวันราวๆ 11 ชั่วโมง 10-20 นาที

ด้วยเหตุนั้นเมื่อเลือกปลูกข้าวประเภทที่ไวต่อตอนแสงสว่างไม่ว่าจะเริ่มปลูกเมื่อใดก็ตาม เมื่อถึงช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงที่กลางวันสั้นกว่าเวลากลางคืน ข้าวก็จะมีดอกโดยทันที ก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดคำว่า “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันบิดา”(12 ส.ค. – 5 เดือนธันวาคม) เนื่องจากชนิดข้าวที่เราปลูก เป็น ข้าวขาวดอกมะลิ 105 รวมทั้งข้าว กข15 ซึ่งเป็นข้าวหนักแก่การเก็บเกี่ยว มากยิ่งกว่า 120 วัน ถ้าหากพวกเราปลูกเร็วเกินไปก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการดูแลมากขึ้น
หากปลูกช้าเกินไป ข้าวก็จะไม่อาจจะสะสมอาหารได้เต็มกำลังก่อนออกรวง ทำให้ผลิตผลลดน้อยลงนั่นเอง

รูปแบบของสายพันธุ์

– นิยมปลูกในฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมมากมาย เมื่อเจอสภาวะน้ำแห้งและอากาศเย็น
– เป็นข้าวที่ไวต่อตอนแสง เป็นข้าวหนัก คุณภาพดี
– เก็บเกี่ยวได้โดยประมาณกลางเดือน พฤศจิกายน อายุจนเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน
– ผลผลิตประมาณ 363 กกต่อไร่ (แต่ถ้าเกิดดูแลดีก็ได้ผลผลิตสูงขึ้นกว่านี้ได้)
– ทนต่อภาวะดินเค็ม ดินเปรี้ยว ความแล้ง เจริญ
– พื้นที่เสนอแนะในการปลูก ภาคอิสานแล้วก็เหนือตอนบน
– จำนวน อะไม่โลสต่ำเป็นประมาณ 12-17% (ยิ่งมีค่าต่ำเยอะแค่ไหน ยิ่งมีความหอมมาก)

ข้อเด่น
– มีกลิ่นหอมยวนใจ นุ่ม อร่อย หากแม้ตอนข้าวสุกรวมทั้งเย็น ถ้าหากเก็บเป็นข้าวเปลือก
– เมือนำมาสีเป็นข้าวสารก็ยังคงความนุ่มหอมไว้ได้

หอมมะลิ จำพวก กข 15 (ที่เรียกว่า หอมมะลิ ได้จากการปรับปรุงแก้ไขชนิดโดยการใช้รังสีชักชวนให้มีการกลายพันธุ์ ของข้าวหอมมะลิ 105) การันตีสายพันธุ์เมื่อ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2521

รูปแบบของสายพันธุ์
– นิยมปลูกในฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมยวนใจมากมาย เมื่อพบภาวะน้ำแห้งและก็เย็น แต่เป็นข้าวชนิดค่อยให้ผลผลิตได้มาก
– จะสุกแล้วก็สามารถเกี่ยวได้ก่อนข้าวหอมมะลิ 105 ราวๆ 20 วัน
– -ผลิตผล โดยประมาณ 560 กก.ต่อไร่
– ทนแล้งรวมทั้งดินเค็ม ดินกรด ได้ดี
– ปลูกเอาไว้ภายในพื้นที่ภาคอิสาน
– จำนวนอมิโลส 14-17 % (ยิ่งมีค่าต่ำเท่าไร ยิ่งมีความหอมมาก)

จุดเด่น
– มีกลิ่นหอมหวน นุ่ม เสมือนข้าวหอมมะลิ 105 แม้กระนั้นกลิ่นจะหอมน้อยกว่า เนื่องมาจากการแก้ไขสายพันธุ์

ข้าวหอมสัตตบุษย์ ชื่อเรียก กข31(ปทุมธานี 80) ยืนยันสายพันธุ์ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2550

ลักษณะของสายพันธุ์
– เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อตอนแสงสว่าง เม็ดสั้น เป็นข้าวนาปรังอายุเก็บเกี่ยวแน่ๆประมาณ 110 วัน
– ผลิตผลเฉลี่ย 738 โลต่อไร่ (นาหว่านน้ำโคลน)
– จำนวนอมิโลสสูง (27.3 – 29.8 %)
– มีกลิ่นหอมสดชื่นและก็นุ่มเวลาหุงเสร็จใหม่ๆแต่ว่าจะกระด้างเมื่ออาหารมื้อเย็นตัวลง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ข้าวหอมมะลิ ราคา [pr]

Tags : ข้าวหอมมะลิ,ข้าวหอมมะลิ 105,ข้าวหอมมะลิ ราคา